บทที่ 3 บทที่ 1 (2)

เซบาสเตียน เบรนดอน อายุมากกว่าอันนาสิบปี ตอนนี้เขาอายุสามสิบห้าเป็นหนุ่มเนื้อหอม หอมขนาดไหนก็แบบมะพร้าวห้าวต้องเรียกพี่เชียวละกับเสน่ห์อันล้นเหลือของเขา เซบาสเตียนทำงานที่นี่มาก่อนหน้าอันนาสองปี เขาเป็นช่างภาพที่ทำให้ นิว นีเดอแลนด์ ทริบูน ได้รางวัลจากภาพข่าวยอดเยี่ยมเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว

แน่นอนถ้าอันนาเป็นเทพธิดาสำหรับอีเดน เซบาสเตียนก็เป็นเทพบุตรในสายตาของชายวัยกลางคน!

“อันจะได้สัมภาษณ์ เฮคเตอร์ พี. เกลนนอนละ แซม!”

หญิงสาวหมุนตัวหันมาหาคนสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ตางามราวตากวางพราวระยับ

“เฮคเตอร์เทพบุตรแห่งการเงินเชียวนะ โอ๊ย! อันรอเวลานี้มาตั้งนานแน่ะ! เขาทั้งหล่อ ขี้เล่น ดูเฟรนด์ลี่มั่กมาก และยังเป็นสุภาพบุรุษสุดเฟอร์เฟ็กต์ ชีวิตนี้ขออันได้นั่งมองหน้าเขาสักสิบนาที อันก็รู้สึกว่ามันคุ้มค่ามากๆ แล้ว”

ใบหน้ารูปสามเหลี่ยมของคนฟังเรียบสนิท แต่ดวงตาเรียวยาวชั้นเดียวมีแววไม่พอใจ คิ้วหนาเข้มของเขาขมวดมุ่น ก่อนเซบาสเตียนจะได้สติเมื่อถูกกระแทกไหล่ เขาเหลียวไปมองด้วยสายตาดุๆ และด้านขวาของเขานั้น ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งถือถ้วยกาแฟขึ้นจิบตีหน้าตาย

“ฉันรู้ว่าเธอปลื้มมิสเตอร์เกลนนอนนะอัน แต่อย่าออกนอกหน้ามาก เดี๋ยวจะมีคนขาดใจตายด้วยความอิจฉาไปเสียก่อน” สาวสวยผมยาวสีออกแดงนิดๆ คนนี้อายุมากกว่าอันนาสองปี เธอเป็นนักข่าวเช่นเดียวกัน แต่ดูแลเรื่องข่าวสังคมวงไฮโซ ไม่ใช่สายธุรกิจเหมือนกับอันนา

แคทเธอรีน ธีโอเตี้ยกว่าอันนาสองเซนติเมตร รูปร่างค่อนไปทางอวบอิ่มสมส่วน เธอเป็นเหยี่ยวสาวสวยเฉี่ยว ดวงหน้ารูปสามเหลี่ยมนั่นเปื้อนรอยยิ้มเสมอ แต่ดวงตาโตสองชั้นใต้คิ้วเรียวค่อนข้างดุ ยิ่งคำพูดเชือดเฉือนหลุดจากเรียวปากอิ่มเมื่อไหร่ คนได้รับเป็นได้รู้สึกเหมือนกำลังถูกมีดโกนเฉือนเอาเลยทีเดียว!

อันนาหัวเราะร่วนยกมือขึ้นโบกไปมา

“ไม่เอาน่าแคท เธอหมายถึงแซมเหรอ ม่าย-ย-ย-ย ไม่มีทาง อาทิตย์ก่อนแซมเพิ่งควงสาวเซ็กซี่สุดของ เอ็นวายนิวส์ไปออกเดตนะ”

แม่คนหลงตัวเอง ขี้งก และ... ความรู้สึกช้ารีบพูดแล้วหลิ่วตามองชายหนุ่มหนึ่งเดียว

“เธอคนนั้นสวยเซ็กซี่สุดๆ เด็ดมากใช่ไหมล้าแซม เชื่อมือแม่สื่อเถอะ ระดับนี้แล้ว”

เซบาสเตียนยิ้มรับแบบฝืนๆ แต่แคทเธอรีนยกแก้วกาแฟขึ้นจิบแล้วเบือนหน้าหนีพลางถอนหายใจ เธอหันกลับมามองอันนาที่ยังมองมาตาใสและยิ้มส่งให้ ก่อนยกมือขึ้นตบลงบนบ่าตากล้องหนุ่มแรงๆ สองสามที

“มีงาน เดี๋ยวอีเดนออกมาแล้วโดนว้ากไม่รู้ด้วยนะ ไปละ” แคทเธอรีนเดินจากไป

เซบาสเตียนมองเข่นเขี้ยวตามหลัง เขายกมือขึ้นวางบนศีรษะของอันนาโยกเบาๆ สองสามครั้งและส่งยิ้มเธอ

“แม่สาวคนนั้นสุดยอด แต่จบกันไปแล้วเราเข้ากันไม่ได้”

อันนาร้องว้ารีบเดินตามคนที่เดินจากไปพยายามคาดคั้นถามว่าทำไม แคทเธอรีนวางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะ เพื่อนร่วมสำนักพิมพ์อีกคนเงยหน้าขึ้นจากบรู๊ฟงานตรงหน้าชะเง้อมองไปยังทิศทางโต๊ะของเซบาสเตียน แล้วหันเบือนสายตามามองแคทเธอรีนยิ้มๆ

“ไม่รู้จะสงสารแซมหรือโมโหอันนาดีนะ อีกคนก็ทื่อ อีกคนก็บื้อ”

“นั่นสิ” หญิงสาวพึมพำตอบรับแต่ตาหม่นลง

แคทเธอรีนทรุดลงนั่งทำเป็นสนใจกับงานในคอมพิวเตอร์ แต่ก็ยังอดจะทอดถอนใจไม่ได้ เพราะคำว่านั่นสิของเธอ หมายถึงว่า ไม่รู้จะเห็นใจเซบาสเตียนที่ทื่อมะลื่อแล้วยังบื้อไม่ต่างจากอันนา หรือสงสารตัวเองที่ไม่กล้าพอกันแน่

----////****\\\\----

เพนต์เฮ้าส์บนตึกสูงของบราวน์อินเตอร์เนชั่นแนลในแมนฮัตตันขณะนี้เงียบ ในโถงกว้างนั้นที่เห็นมีเพียงเครื่องเรือนหรูหราสไตล์บาโรก เสียงบางอย่างดังออกมาจากห้องนอนรับแขกในโถงชั้นล่างที่ประตูปิดไม่สนิท มันเปิดแง้มเพียงนิด ยิ่งเข้าไปใกล้ก็ได้ยินชัด ว่ามันเป็นเสียงครวญครางกระเส่าเร่าร้อน

กระแสเสียงนั้นเป็นเสียงแห่งปรารถนา มันเกิดจากสองเรือนร่างที่กอดกระหวัดรัดเกี่ยวกันบนที่นอนกว้างบนเตียงใหญ่ เรือนร่างสูงใหญ่ล่ำสันขยับเขยื้อนร้อนแรงบนร่างของอวบอิ่มผิวสีน้ำผึ้ง เล็บสีแดงราวกับเพลิงจิกลงกับแผ่นหลังกว้างตึงแน่น เรียวขาเสลาโอบรอบสะโพกสอบไว้แน่น

ไฟปรารถนาที่กำลังลุกโหมรุนแรงจนเกินยั้ง แม้ว่าเสียงโทรศัพท์จะดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทว่าม้าหนุ่มที่กำลังห้อตะบึงก็ไม่มีท่าทางว่าจะผ่อนปรนฝีเท้า เขาเร่งเร้าไฟสวาทให้ลุกไหม้จนกระทั่งเสียงกรีดร้องดังก้อง พร้อมกับเสียงคำรามแหบห้าว เรือนร่างสูงใหญ่เกร็งตัวยามกระแทกเข้าหาร่างงามเป็นครั้งสุดท้ายก่อนทรุดลงทาบทับ

“เฮค”

ฝ่ามือเรียวเลื่อนลูบทั่วเรือนร่างกำยำ ริมฝีปากเคลือบไว้ด้วยลิปสติกสีชมพูหวานประทับจูบอย่างหลงใหลในบทเสน่หา และชายหนุ่มเจ้าของชื่อก็ตอบแทนด้วยรสจูบร้อนแรง ก่อนผละจากร่างเย้ายวนชั่วคราว

เรือนร่างกำยำเปลือยเปล่าชื้นเหงื่อ เขาจัดการกับเครื่องป้องกันแล้วโยนมันลงบนพื้น ก่อนเอื้อมคว้าผ้าขนหนูที่วางทิ้งไว้แถวนั้นมาพันรอบเอวสอบอย่างช้าๆ ดวงตาคู่คมเรียวชั้นเดียวยังจับแต่แม่เสือสาวบนเตียง ก่อนค่อยๆ ไล่สายตาไปตามเรือนร่างน่าปรารถนานั้น และคนที่ถูกสายตาร้อนแรงแทะโลมก็ส่งเสียงครางฮือ แม้ว่าเกมสวาทเพิ่งจะจบ แต่ร่างกายกลับร้อนวูบวาบยามไล้มือไปบนเรือนร่างของตัวเองตามสายตาของเขาที่มองมา

“โอ้ เฮคเตอร์ โอ้!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป